MAD Thailandเพลง คนดัง และป๊อปคัลเจอร์
บันเทิง

สถิติ Fashion Month SS27: พลังซอฟต์พาวเวอร์ไทยฉุดมูลค่าสื่อพุ่งทะลุเพดาน

แฟชั่นวีกฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2027 จบลงพร้อมตัวเลขที่น่าตกใจ เมื่อกลยุทธ์การใช้คนดังและกระแสวัฒนธรรมแฟชั่นก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แบบเต็มตัว โดยเฉพาะอิทธิพลของนักแสดงและศิลปินชาวไทยที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก ซึ่งข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Lefty ร่วมกับ Karla Otto และการวิเคราะห์จาก Puck ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม

พลังไทยแลนด์ครองรันเวย์ปารีสและมิลาน

จุดที่พีคที่สุดของฤดูกาลนี้คือการที่นักแสดงไทยสามารถยึดพื้นที่อันดับท็อป 5 ทั้งหมดบนอินสตาแกรมในช่วงปารีสแฟชั่นวีก โดยสร้างมูลค่า EMV รวมกันสูงถึง 412.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่ามูลค่า EMV ของปารีสแฟชั่นวีกทั้งฤดูกาล FW26 ที่ทำไว้ 403.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐเสียอีก ความสำเร็จนี้มาจากฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นและการลงคอนเทนต์อย่างดุเดือด 20-30 โพสต์ในช่วงแฟชั่นวีก แถมยังมีทีมเบื้องหลังอย่างเมกอัปอาร์ติสต์ช่วยกันปั่นคอนเทนต์จนกลายเป็นเครือข่ายอิทธิพลขนาดใหญ่

หากดูรายบุคคล ออม-กรณ์นภัส เฮาส์แอมบาสเดอร์ของ Dior คือตัวตึงที่สร้าง EMV คนเดียวสูงถึง 112 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการโพสต์เพียง 20 ครั้ง ส่งผลให้โชว์ของ Dior มีมูลค่า EMV พุ่งแตะ 360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 309%

ทางฝั่งมิลานแฟชั่นวีกก็ไม่น้อยหน้า แบรนด์ Prada ครองแชมป์ด้วยมูลค่า 61.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี น้ำตาล-ทิพนารี แบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญช่วยปั่นยอด EMV ไป 17.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ วิน-เมธวิน ที่ทำได้ 6.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วน Ferragamo ทำมูลค่าได้ 56.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี ฝ้าย-พีรญา ขับเคลื่อนยอด EMV สูงถึง 43.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ Gucci ทำยอดได้ 47.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมี พีพี-กฤษฏ์ สร้างมูลค่าสื่อไป 4.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เจาะลึกอันดับแบรนด์ลักชัวรีและสมรภูมิโซเชียล

ปารีสยังคงเป็นเมืองหลวงแฟชั่นที่ทรงอิทธิพลที่สุด สร้างมูลค่า EMV รวมกว่า 795.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 64% ของมูลค่ารวมทั่วโลก ตามมาด้วยมิลาน 311.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (25%) นิวยอร์ก 107 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (9%) และลอนดอน 27.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2%) ซึ่งลอนดอนโตขึ้น 6.2% จากการกลับมาของ Alexander McQueen เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2022 พร้อมกับ Burberry ที่ทำได้ 10.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ H&M ที่ทำได้ 7.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนของ Weibo ของจีน ปารีสแฟชั่นวีกกวาด EMV ไป 328.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่ามิลานถึง 3 เท่า และมีเอนเกจเมนต์ในหัวข้อ Hot Topics กว่า 128 ล้านครั้ง โดยท็อป 10 ส่วนใหญ่เป็นตัวแบรนด์เอง ต่างจากนิวยอร์กและลอนดอนที่เซเลบริตี้เป็นคนนำบทสนทนา ส่วน TikTok แฮชแท็กแฟชั่นวีกมียอดวิวทะลุ 1,000 ล้านครั้งจาก 140,400 โพสต์ โดย #PradaSS27 โดดเด่นมาก มียอดวิวเกิน 140 ล้านครั้งจากเพียง 1,900 โพสต์

ใครชนะ? ระหว่าง 'ชุดรันเวย์' กับ 'ตัวแม่เซเลบ'

เมื่อวิเคราะห์บัญชีอินสตาแกรมของ 63 แบรนด์ พบว่าพฤติกรรมคนดูแบ่งชัดเจน แบรนด์อย่าง Prada, Calvin Klein และ Miu Miu ได้เอนเกจเมนต์จากเซเลบริตี้และแขกแถวหน้าสูงถึง 93% - 98% ขณะที่ Gucci เน้นโพสต์ชุดและโชว์บนรันเวย์จนสร้างเอนเกจเมนต์ได้ถึง 37% ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มท็อป 5 รวมถึง Ralph Lauren และ Roberto Cavalli ที่ยอดเอนเกจเมนต์จากรันเวย์สูงเกินครึ่ง

หากเรียงลำดับแบรนด์ที่สร้างมูลค่าสูงสุด อันดับ 1 คือ Dior (EMV 360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดย ออม-กรณ์นภัส ทำเอนเกจเมนต์ได้ 2.52M (7.3%) แบ่งเป็นรันเวย์ 40% และเซเลบริตี้ 46% อันดับ 2 คือ Schiaparelli ด้วย EMV กว่า 63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดย น้ำปิง-นภัสกร ซึ่งเป็นแบรนด์ที่คนสนใจดีไซน์มากกว่าตัวบุคคล โดยคอนเทนต์รันเวย์สูงถึง 49% ขณะที่เซเลบริตี้อยู่ที่ 26% และมีอัตราเติบโตของ EMV สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 974% ปีต่อปี

อันดับ 3 คือ Prada (EMV กว่า 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดย น้ำตาล-ทิพนารี ครองแชมป์ยอดเอนเกจเมนต์อันดับ 1 ของโลกบนอินสตาแกรมที่ 5.00M (14.4%) ซึ่งพึ่งพาพลังเซเลบริตี้สูงถึง 94% อันดับ 4 คือ CHANEL (EMV กว่า 57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ขับเคลื่อนโดย ลีน่า-ลลินา ทำเอนเกจเมนต์ 1.03M (2.9%) โดยรันเวย์ (42%) ชนะเซเลบริตี้ (35%) แถมยังมีช็อตเด็ดที่ดึง Rachel Ojuromi ครีเอเตอร์ชาวไนจีเรียมาเดินรันเวย์จริง

อันดับ 5 คือ Ferragamo (EMV กว่า 56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) นำโดย ฝ้าย-พีรญา กวาดเอนเกจเมนต์ 888k (2.6%) โดยใช้พลังเซเลบริตี้และแขกแถวหน้าถึง 77% อันดับ 6 คือ Gucci (EMV 47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) นำโดย พีพี-กฤษฏ์ ซึ่งทำยอดเอนเกจเมนต์บนอินสตาแกรมสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกที่ 4.93M (14.2%) และอันดับ 7 คือ Miu Miu (EMV กว่า 46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ขับเคลื่อนโดย เบคกี้ รีเบคก้า ทำเอนเกจเมนต์ 1.33M (3.8%) โดยพึ่งพาซูเปอร์สตาร์และแขกฟรอนต์โรว์สูงถึง 93% พร้อมเซอร์ไพรส์ด้วยการให้ เอมี่-ทสร, Olivia Colman และ Jamie Be ร่วมเดินรันเวย์

บอกเลยว่านาทีนี้ใครอยากปังต้องจ้างนักแสดงไทยเท่านั้น เพราะยอดเอนเกจเมนต์พุ่งแรงจนแบรนด์ระดับโลกยังต้องยอมสยบ!

จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ วิกิพีเดีย ยูทูบ อินสตาแกรม และติ๊กต็อก