MAD Thailandเพลง คนดัง และป๊อปคัลเจอร์
บันเทิง

รีวิว นาคี 3 ครุฑา นาคี: งานสร้างระดับโอดิสซีไทย แต่บทยังมีความเชย!

มาแล้วจ้ากับ นาคี 3 ครุฑา นาคี หนังที่หยิบเอาความปังจากฉบับละครมาขยายร่างให้ยิ่งใหญ่บนจอภาพยนตร์ รอบนี้มาในธีมมหากาพย์สงครามย้อนยุคที่เล่าเรื่องราวพงศาวดารการห้ำหั่นกันระหว่างเผ่าพันธุ์ครุฑและพญานาคที่สู้กันมานับพันปีเพราะคำสาป แต่ดันเกิดความรักต้องห้ามขึ้นมาท่ามกลางไฟสงคราม ทำให้ตัวละครต้องเลือกระหว่างหน้าที่ต่อเผ่าพันธุ์หรือจะจับมือกันหยุดยั้งสงครามที่เผาผลาญทุกอย่าง ซึ่งตอนจบก็มีแค่ผู้แพ้เท่านั้น

ต้องกราบความกล้าของ อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ที่นอกจากจะริเริ่มเฟรนไชส์นี้มาตั้งแต่ละครแล้ว ภาคนี้ยังกลับมาสานต่อตำนานในฐานะนักสร้างและร่วมเขียนบทด้วย โดยหยิบตำนานพงศาวดารมาผสมกับกลิ่นอายพุทธศาสนา ซึ่งเรามองว่าน่าชื่นชมมากที่กล้าทุ่มทุนสร้างงานระดับนี้ แม้จะเสี่ยงขาดทุนแต่เจตนารมณ์ชัดเจนว่าอยากให้คนดูได้เห็นอะไรที่อลังการจริงๆ

ถ้าจะเจาะลึกวิธีสร้างของเรื่องนี้ ต้องบอกว่าแบ่งงานออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือพาร์ทการรบประจันหน้าที่เซ็ตติ้งโปรดักชันทำออกมาได้น่าพอใจ แม้ฟีลลิ่งจะคล้ายละครหลังข่าวที่บุกป่าฝ่าดงไปบ้าง แต่ดีเทลการดีไซน์ละเอียดกว่าเยอะ ส่วนงานวิชวลเอฟเฟกต์และแอนิเมชันที่ใช้ตลอดทั้งเรื่องเป็นผลงานของ Fatcat ซึ่งเป็นตัวท็อปของวงการหนังไทย ถึงจะมีบางจุดที่ยังไม่เนียนกริบแต่มาตรฐานถือว่าไม่น้อยหน้าใคร โดยเฉพาะพาร์ทตำนานพงศาวดารที่ทำออกมาได้กลมกล่อมเข้ากับจังหวะการแสดงของนักแสดงได้ดี

ความทุ่มเทอีกจุดคือการถ่ายทำที่เน้นกลางแจ้งแบบตากแดดกันจริงๆ เกือบครึ่งเรื่อง ทำให้นักแสดงและทีมงานต้องอดทนสุดๆ ส่วนเรื่องคอสตูมและหน้าผมทำออกมาได้ใช้ได้ มีกลิ่นอายคล้ายซีรีส์เกาหลีอย่าง Arthdal Chronicles อยู่บ้างแต่ไม่ขัดตา และที่ต้องยกนิ้วให้เลยคือดนตรีประกอบจาก ชาติชาย พงษ์ประภาพงษ์ ที่ใช้ออร์เคสตราเต็มวงสร้างมิติเสียงได้ยิ่งใหญ่ระดับสากลและปลุกเร้าอารมณ์ได้ดีมาก

แต่ในมุมวิจารณ์ ขอพูดตรงๆ ว่าหนังยังมีช่องโหว่เพียบ โดยเฉพาะการเล่าเรื่องที่ยังไม่แข็งแรงพอจะดึงคนดูให้อยู่กับเนื้อหาได้ตลอด และการตัดต่อที่ขาดชั้นเชิงจนเห็นรอยต่อระหว่างฉากชัดเจน ทำให้ความสมูธหายไปเยอะ ส่วนบทหนังก็เดินตามสูตรสำเร็จความรักต้องห้ามแบบเชยๆ และไร้มิติ แถมเนื้อหาบางส่วนยังดูยากสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานความรู้เรื่องพงศาวดารตำนานนี้มาก่อน

มาที่เรื่องการแสดง ต้าเหนิง กัญญาวีร์ ที่มักถูกกังขาเรื่องการแสดงและน้ำเสียงมาตลอด ในเรื่องนี้เธอโชว์ความเป็นมืออาชีพในการรับบทที่ท้าทายและไกลตัวได้น่าพอใจ แม้จะยังมีจุดด้อยเรื่องอัตลักษณ์บางอย่าง แต่ถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง ส่วน เข้ม หัสวีร์ ก็ยังคงมาตรฐานพระเอกครบเครื่อง ทั้งบู๊ ทะเล้น และเรียกน้ำตาได้สมบทบาท

ทางด้านนักแสดงสมทบอย่าง เต้ย พงศกร, เค้ก นัทธวัชร์ และ บลิว วรพล รวมถึงดารารุ่นใหญ่ต่างถ่ายทอดได้ดี แต่เสียดายที่บทและแอร์ไทม์ไม่ได้เปิดโอกาสให้โชว์ของมากนัก ส่วนการกลับมาของตัวละครต้นฉบับอย่าง แต้ว ณฐพร และ เคน ภูภูมิ ถึงจะมาในพาร์ทเสริมแต่ความเป็นมืออาชีพก็ยังเอาอยู่และสร้างเสน่ห์ให้หนังได้น่าพอใจ

สรุปคือ นาคี 3 คือหนังแฟนตาซีที่ผลักดันมาตรฐานงานสร้างของไทยให้ปังขึ้นไปอีกขั้น ให้ฟีลเหมือนโอดิสซีเมืองไทยที่งานภาพอลังการชวนว้าว แต่ยังตกม้าตายเรื่องบทและการเล่าเรื่องที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ

สรุปแล้วงานภาพระดับเทพแต่บทระดับนี้ พอจะทำให้เราอินกับความรักต้องห้ามได้จริงไหม หรือแค่ไปดู CG ให้ตาฟินก็พอ?

จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ วิกิพีเดีย ยูทูบ อินสตาแกรม และติ๊กต็อก